| เมนูหลัก |
|
|
| บริการทั่วไป |
|
|
| ติดต่อเรา |
|
|
|
ปรับปรุงครั้งล่าสุด
|
|
|
|
|

|
| ประวัติบ้านดารา
"บ้านดารา" เป็นนามพระราชทานขององค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ในคราวที่เสด็จผ่านมาโดยขบวนรถไฟ ซึ่งเป็นรถจักรไอน้ำ ได้จอดพักเพื่อเติมน้ำ เติมฟืนอยู่เป็นเวลานาน ที่สถานีรถไฟแห่งนี้ซึ่งอยู่ใกล้แม่น้ำน่าน พระองค์ได้ทรงตรัสถาม พนักงานรถไฟว่า ที่นี่ที่ไหน ทำไมรถจึงจอดนาน พนักงานรถไฟได้กราบทูลว่า ที่นี่เป็นสถานี เติมน้ำเติมฟืนรถไฟ ยังมิมีชื่อ เมื่อพระองค์ได้ทรงทราบ จึงได้พระราชทานนามให้ที่แห่งนี้ ว่า "บ้านดารา" ตามพระนามของพระชายาของพระองค์ คือพระนางดารารัศมี สถานีบ้านดารา และหมู่บ้านดาราแห่งนี้
จึงเป็นนามที่พระองค์ท่านพระราชทานให้ (จากวารสารรถไฟ ปี 2504)
ตำบลบ้านดารา ปัจจุบันประกอบด้วย 9 หมู่บ้าน มีทั้งหมู่บ้านใหม่และเก่า ซึ่งได้มีการ ค้นพบวัตถุโบราณ พระเครื่อง เทพพนม อิฐก้อนใหญ่ ๆ ซึ่งสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นศิลปะ ยุคอยุธยา ตลอดจนภาษาที่ใช้ก็มีความคล้ายคลึงกับ สุโขทัย(ภาษาไทยโบราณ) มาก
หมู่ที่ 1บ้านวังสะโม เป็นหมู่บ้านใหม่ เป็นคนลาวที่ถูกกวาดต้อนมาในสมัย รัชกาลที่1 พร้อมกับหมู่บ้านอื่นๆ
ในอำเภอพิชัย และอำเภอตรอน เช่น วังแดง หาดสองแคว เด่นสำโรง กองโค ภาษาที่ใช้ และวัฒนธรรมเป็นของชาวลาว ปัจจุบันได้เปลี่ยนสภาพเป็นไทยมากแล้ว หมู่ที่ 2 บ้านวังสำโม เป็นหมู่บ้านเก่าที่สันนิษฐานว่าน่าจะแยกมาขยายพื้นที่หากินจาก บ้านเกาะเป็นเวลานานแล้ว
หมู่ที่ 3 บ้านเกาะ เป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่มาก ซึ่งค้นพบซากวัตถุโบราณปรากฏอยู่
แต่ก่อน ขึ้นอยู่กับตำบลเต่าไห แขวงพิษณุโลก
หมู่ที่ 4 บ้านดารา (บ้านคอสะพาน) เป็นหมู่บ้านใหม่ อยู่บริเวณเชิงสะพานปรมิทร์ ซึ่งเป็นสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำน่าน ประชาชน อพยพมาจากถิ่นอื่นหลายพื้นที่
หลายจังหวัด ส่วนหนึ่งเป็นคนงานก่อสร้างสะพาน ส่วนหนึ่งเป็นคนงานรถไฟ มาตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นี
หมู่ที่ 5 บ้านดารา (บ้านเกาะฝั่งตะวันตก) เป็นหมู่บ้านที่แยกมาจากบ้านเกาะข้ามฝั่ง มาตั้งรกรากอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำน่าน
หมู่ที่ 6 บ้านเกาะ เป็นหมู่บ้านที่แยกการปกครองจากบ้านเกาะหมู่ที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 2544 หมู่ที่ 7 บ้านเกาะ เป็นหมู่บ้านที่แยกการปกครองจากบ้านเกาะหมู่ที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 2544 หมู่ที่ 8 บ้านวังสำโม เป็นหมู่บ้านที่แยกการปกครองจากบ้านวังสำโม
หมู่ที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2545 หมู่ที่ 9 บ้านดารา (ชุมทางบ้านดารา) เป็นหมู่บ้านที่ตั้งขึ้นใหม่หลังจากมีสถานีรถไฟ แล้วมีอายุไม่ถึง 90 ปี ประชาชนส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพมาจากที่อื่น เช่นบ้านเกาะ วังสำโม นอกจากนั้นเป็นผู้อพยพมาค้าขาย และพวกลูกจ้างการรถไฟ จากหลายจังหวัดหลายท้องที่ เช่น สุโทัย พิษณุโลก พิจิตร แพร่ สิงห์บุรี นครปฐม กาญจนบุรี อยุธยา นนทบุรี และชาวจีน จากโพ้นทะเลอีกหลายครอบครัว
|
|

|
|
|